วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Encode ไฟล์ด้วยโปรแกรม Megui


ก่อนอื่นเลยเราต้องมีโปรแกรม Megui ซะก่อนใครยังไม่มีก็ไปโหลดเลยใน Google
เนื่องจากการเอ็นโค้ดนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานมาก และจะไม่สามารถแก้ไขงานหลังจากการเอ็นโค้ดเสร็จแล้ว ฉะนั้นก่อนที่จะทำการเอ็นโค้ด ท่านจะต้องแนใจว่างานนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นจะเท่ากับว่าเราเสียเวลาเปล่านั่นเอง

จริงๆในการเอ็นโค้ดนั้น มีเป็นสิบๆวิธีเลย ไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะมันก็เอ็นโค้ดได้เหมือนกัน มันแล้วแต่คนจะใช้ แล้วแต่คนจะเลือก


มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ
สมมุติว่ามีไฟล์ที่ต้องการจะเอ็นโค้ดดังรูป ในที่นี้เป็น OP ของ Angel Beats!

เปิดโปรแกรม AvsP ขึ้นมา จากนั้นไปที่ Edit > Insert > Insert Plugin 

ให้เลือกไฟล์ที่ชื่อว่า VSFilter.dll  


จากนั้นไปที่ Edit > Insert > Insert Source ครับ
ให้เลือกไฟล์วิดีโอของเราครับ 

จากนั้นให้เราพิมคำเพิ่มไปตามนี้ครับ TextSub("ที่อยู่ของไฟล์ซับ") ซึ่งในที่นี้ของผมเป็น
TextSub("C:\Users\Ratien\Desktop\New folder\Angel Beats! OP [My Soul , Your Beats!].ass")
*ในกรณีที่ต้องการลดหรือเพิ่มขนาดวิดีโอ ให้พิมพ์เพิ่มเอาไป BilinearResize(x,y)
โดยที่ x , y เป็นค่าResolutionที่เราจะปรับครับ ถ้าไม่ปรับก็ไม่ต้องพิมพ์เพิ่ม 


จากนั้นไปที่ File > Save Script As ตั้งชื่อและก็เลือกที่อยู่
จะสังเกตุว่ามีไฟล์ AviSynth เพิ่มขึ้นมาไฟล์นึง 

ต่อเลยละกัน เปิดโปรแกรม megui ขึ้นมา

ทำความเข้าใจกันก่อน เราจะแยกวิดีโอของเรา เป็น2ส่วนคือภาพและเสียง จากนั้นเราจะฝังซับไว้กับภาพ และสุดท้ายคือนำภาพและเสียงมารวมกันใหม่

ขอเริ่มที่เสียงก่อน ในช่อง Audio Input ให้เลือกไฟล์วิดีโอของเรา

จากนั้นให้ปรับรูปแบบที่ต้องการในช่อง Encoder Settings ในที่นี้ผมขอใช้เป็น Winamp AAC ละกัน ใครต้องการจะปรับแต่งอะไรก็ไปที่ Config ได้เลย

จากนั้นกด Enqueue ก็เป็นอันเสร็จสำหรับเรื่องเสียง

ไปที่ภาพกันต่อเลย ในช่อง Avisynth Script ให้เลือกไฟล์ AviSynth ที่เราใช้ AvsP สร้างขึ้นมาเมื่อสักครู่

เสร็จแล้วโปรแกรมจะเปิดตัวอย่างให้เราดูครับ ดูเสร็จแล้วก็กดปิดไปเลย

นี่เป็นโค้งสุดท้ายสำหรับการแก้ไขซับแล้ว หลังจากนี้ไม่มีสิทธิ์แก้แล้ว ผิดแล้วผิดเลย เอ็นโค้ดใหม่เท่านั้น
ในช่อง Encoder Settings ให้เลือกรูปแบบของภาพครับ ในที่นี้ผมขอเลือกเป็น x264 HD Balanced 

โดยส่วนตัวแล้ว อันไหนๆมันก็เหมือนๆกัน ไม่เห็นถึงความแตกต่างเท่าไร
ในช่อง File Format ให้เลือกเป็น MP4 ครับ จากนั้นก็กด Enqueue

แล้วถ้าต้องการเป็น MKV ล่ะต้องเลือก MKV ใช่ไหม ???
ไปที่ช่อง Queue  จะเห็นว่า มีไฟล์ที่เราเพิ่งกด Enqueue มา ให้เรากด Start 

ลืมบอกไปว่าในช่อง output ของทั้งภาพและเสียงตอนก่อนกด Enqueue นั้น อย่าลืมตั้งชื่อไฟล์ด้วยล่ะ ในที่นี้ลืมไปเต็มๆ แคปรูปมาแล้วด้วยสิ ขอตัวไปแก้แปป
ตัวเสียงจะใช้เวลาไม่นานครับ แต่ตัวภาพนี่สิ นานพระเจ้า จะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับ CPU ของท่านแหละ
ถ้าสมมุติว่า Error ให้เปลี่ยนรูปแบบเป็นแบบอื่น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ยังไง มีหลายอัน Error เหมือนกัน บางอันเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย Errorมั่ง ไม่Errorมั่ง วุ่นวายมากๆ
เอาล่ะ สมมุติว่าเสร็จแล้วละกัน ทำเสร็จก่อนหน้าที่จะมาพิมพ์แล้ว อิอิ เราก็จะได้ไฟล์ภาพที่ติดซับแล้วแต่ไม่มีเสียง กับไฟล์เสียงที่ไม่มีภาพ

ในโปรแกรม megui ครับ ให้ไปที่ Tools > Muxer > MKV หรือ MP4 Muxer

ตรงนี้ คือจุดพลิกเกม ถ้าต้องการเป็น MKV ก็เลือก MKV Muxer ถ้าต้องการ MP4 ก็เลือก MP4 Muxer

เพื่อนๆจะสังเกตุได้ว่า MP4 สามารถ Mux ได้ทั้ง MKV และ MP4 แต่ MKV จะสามารถ Mux ได้แค่ MKV เท่านั้น ฉะนั้นตอนเลือก File Format นั้น เลือกเป็น MP4 ไว้จะดีกว่า

ในช่อง Video ก็เลือกไฟล์ภาพที่ตะกี้เราเอ็นโค้ดมา ในช่อง Audio ก็เลือกไฟล์เสียงที่ตะกี้เราเอ็นโค้ดมาเหมือนกัน
ส่วนในช่อง Subtitle ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยว่างไปเลย 

จากนั้นกลับไปที่ Queue  จะมีงานใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว อันเก่ากด Delete ไปเลย จากนั้นก็กด Start มันจะใช้เวลาแปปเดียวไม่นาน ประมานตอนทำเสียงแหละ แค่นี้ก็เสร็จสมบูรณ์แบบ



เครดิต> TanZaMaZaRa จากเว็บ poripuri


ที่มา : http://www.anime-thai.net/bbs/forum.php?mod=viewthread&tid=9820&extra=

การทำ Sub

วิธีทำซับสำหรับผู้เริ่มต้น
โปรแกรมที่ต้องการในการทำแฟนซับ
1.Aegisub 2.1.6
2.AviSynth 2.5.8
3.โปรแกรมที่ใช้ Encode (เลือกอันใดอันนึง)
- Megui *Recomment
- VirtualDub

(หาโหลดจากอากู๋)

สเปคคอมที่ต้องการ
CPU: P4 1.8Ghz ขึ้นไป หรือ สามารถดูตัว Raw ที่คุณทำแล้วไม่กระตุก
RAM: 512 Mb+ แนะนำ 1Gb+
________________________________________________________________

เริ่มกันเลย
ให้คุณตรวจสอบเครื่องของดูก่อนว่าได้ลง K-Lite Code ไว้หรือป่าว หากไม่มีก็ให้โหลดมาลงซะเวลาลงให้ลงแบบ Lot of Staff นะ
แล้วให้ทำการลง โปรแกรม Aegisub 2.1.6 และ AviSynth 2.5.8 ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย
และ โปรแกรมที่ใช้ในการ Encode ไฟล์ มีอยู่ 2 โปรแกรมที่นิยมใช้กันคือ Megui และ VirtualDub ซึ่งทางเราแนะนำให้ใช้ Megui มากกว่าครับเพราะเหมาะสำหรับ encode ไฟล์ด้วยรหัส h264 ซึ่งได้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่า แต่ก็กินสเปคและเวลาในการ Encode มากกว่าแบบกติอีกนั่นแหละครับ ซึ่งให้คุณเลือกเอาเองว่าจะใช้โปรแกรมอะไร แต่ในที่นี่ก็จะเขียนวิธีใช้ทั้ง2โปรแกรมนั่นแหละ
ถ้าลง Megui ก็ลงเสร็จแล้ว จะมีหน้าต่างขึ้นมาบอกให้อัพเดด ก็ อัพเดด จนเป็นปัจจุบัน
ส่วน VirtualDub ก็ลงแล้วก็เสร็จเลย
ที่นี่เราก็ลงโปรแกรมที่จำเป็นเสร็จสิ้นกันแล้ว
_________________________________________________________________
มาเข้าวิธีใช้กันเลย
มาถึงให้เข้าโปรแกรม Aegisub ก่อนเลย  แล้วจะพบหน้าต่างแบบนี้

แล้วจากนั้นให้เราเปิดโปรแกรม Notepad ขึ้นมา
สำหรับคนไม่เคยใช้ก็ Start >> Run แล้วพิมพ์ไปว่า Notepad
แล้วให้พิมพ์ลงไปแบบนี้
DirectShowSource("ส่วนนี้ให้ใส่ที่อยู่ของไฟล์วิดีโอที่จะเปิดในการทำซับ",fps=23.976, convertfps=true)

*คำเตือน* สำหรับ win Xp fps=23.976 แต่ถ้าเป็น win 7 fps=29.976
ตามนี้

ตัวอย่าง
แบบนี้
จากนั้นให้ File >> Save as...
แล้วเลือกที่เก็บไว้ไหนก็ได้
แล้วตั้งชื่อไฟล์ ใส่นามสกุล .avs
ตรง Save as Type : ให้เลือกเป็น All File
Encoding : ANSI 

ตัวอย่าง
 

แล้วกด Save
จากนั้นให้กลับไปยังโปรแกรม Aegisub
อย่างแรกเราก็ต้องเปิดไฟล์วิดีโอขึ้นมาก่อน
กดที่ Video >> Open Video...
แล้วให้ไปหายังที่ๆเราเซฟไฟล์ avs ไว้เมื่อกี้
และให้เลือกที่ไฟล์ avs ที่เราเซฟไว้เมื่อกี้ แล้วกด Open ขึ้นมาเลย
บางคนอาจสงสัย เปิดไฟล์วิดีโอตรงๆเลยไม่ได้เหรอ... จะเปิดตรงๆนั้นก็เปิดได้ แต่แนะนำให้เปิดผ่าน avs ดีกว่า เพราะ avs นั้นเขียนให้แปลงเฟรมไว้เป็น 23.976 แล้ว เวลานำมาทำซับ เวลาเราไทม์พวกป้ายอะไรพวกนี้ ไทม์มันจะได้ไม่หลุดเฟรม มันจะได้ตรงพอดีที่เราจะ Encode ออกมาเลย ^_^
กด Open ออกมาเลย

 

ทีนี้ก็จะปรากฏหน้าต่างของช่องไฟล์วิดีโอขึ้นมา

 

และต่อมา เราก็เปิดเส้นเสียงขึ้นมาโดยการ
Audio >> Open Audio from Video
เสร็จแล้วจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้รอพักนึงก็รอ แล้วทีนี่ก็จะมีเส้นเสียงขึ้นมา

 

แล้วทีนี้ ในการไทม์ ก็แค่ง่ายๆ

 

และเมื่อเราไทม์ลงไปแล้ว เราก็พิมพ์คำพูดลงไปในช่องตามนี้

 

Note : ในการพิมพ์ ถ้าเราต้องการให้ขึ้นบรรทัดใหม่ ให้พิมพ์ \N ไว้จุดที่ต้องการให้ตัดขึ้นบรรทัดใหม่
แล้วเราก็ทำแบบนี้ไปจนกระทั่งจบตอน
สมมติว่าเราทำกันจบตอนแล้วละกัน
ที่นี่เราก็มาแต่งตัวอักษรกัน ให้เราไปแต่งที่ Styles Manager...
ตามนี้ Subtitle >>> Styles Manager

 

ให้เลือกที่ Default ทางช่อง Current Script
แล้วกด Edit ซะ
แล้วก็ปรับๆตามต้องการซะ ขี้เกียจอธิบาย คงปรับเป็นอยู่แล้วละนะ หน้าต่างง่ายๆ แต่อย่าไปเปลี่ยนชื่อ Style name ล่ะ
จากนั้นกด Apply แล้วก็ OK แล้วก็ Close หน้า Styles Manager ไป ที่นี่ก็จะเห็น ตัวหนังสือในซับของเราเปลี่ยนไปตามที่เราต้องการแล้ว
ถ้าอยากให้มีหลายรูปแบบเราก็แค่ กด New เพื่อสร้าง Style เพิ่มที่หน้า Styles Manager และตั้งชื่อ+แต่งตามต้องการแล้วกด Apply แล้วก็ OK
แล้วบรรทัดซับบรรทัดไหนต้องการให้ไปใช้ Style อื่นเราก็เลือกได้

 

แล้วถ้าเราต้องการให้ตัวซับไปอยู่ตำแหน่งอื่นๆเราก็สามารถทำได้ด้วยการ ไปดับเบิลคลิกตำแหน่งที่ช่องจอวิดีโอ เพื่อให้ตัวซับบรรทัดนั้นๆไปตำแหน่งที่เราต้องการได้อีกด้วย
เมื่อเราทำเสร็จก็ไปที่ File >>> Save Subtitles As... แล้วเลือกที่จะเก็บไว้แล้วตั้งชื่อไฟล์แล้วกด Save

เครดิต>Administrator ของเว็บ poripuri


ที่มา : http://www.anime-thai.net/bbs/9809-1

วิธีหา Subtitle โดยโปรแกรม Media player Classic (ฟรีแวร์)




แล้วเราก็เลือกเมนู ตามนี้



มันจะออกมาตามรูปนี้ ต้องต่อเนตนะ คือมันจะซิงค์กับคลิปที่เราเปิดอยู่เลยอ่ะ ถ้าไม่มี หาไม่เจอ มันก็จะไม่เจอ เราไม่ต้องไปควานหาอีก 


ถ้ามีซิงค์กัน มันก็จะออกมาทุกชาติทุกภาษาเท่าที่มีคนแปลไว้ แต่ยังไม่เคยได้ภาษาไทยสักเรื่อง แล้วเราก็เลือก อันไหนที่มันตรงกับคลิปเรา

เท่านี้ก็เสร็จ แต่อย่าลืม Save ที่เมนู Save Subtitle ไว้ด้วย มันฉลาดมาก จะ Save ไว้ในโฟเดอร์ซีรีส์ตอนนั้นให้เลย วันหลังก็เปิดดูได้เลยไม่ต้องหยิบมาใส่ใหม่ให้วุ่นวาย

--------------------------------------

Tips  สำหรับใครโหลดภาษาไทย แล้วมันมาเปิด เป็นภาษาต่างดาว



ก็แค่ไปเซตที่ซับไตเติ้ล ตรงสไตล์ 



แล้วเปลี่ยนตรงนี้เป็น Thai 222 Apply แล้ว OK ก็เปลี่ยนได้แล้ว แล้วอย่าลืม Save Subtitle ไว้คราวหน้ามาเปิด มันจะเซตแบบเดิมเลย 
 



ที่มา : http://pantip.com/topic/33309765

ตัดต่อวีดีโอง่ายๆ ด้วย Windows Movie Maker

ขั้นตอนการทำ 

1.ขั้นตอนแรกเปิดโปรแกรม Windows Movie Maker



2.คลิกที่ Import video เลือกวีดีโอที่ต้องการ และคลิก Import



3.เมื่อคลิก Import แล้วรอสักครู่โปรแกรมกำลัง Import ไฟล์เข้ามา



4.หากเราเลือกมาหลายไฟล์ใน Collection จะแสดงเพียงแค่ไฟล์เดียว หากต้องการใช้ไฟล์อื่นให้คลิกด้านบน เพื่อเลือกไฟล์อื่นๆ



5.ในการตัดต่อวีดีโอ ให้ใช้มุมมองแบบ Timeline จากนั้นลากไฟล์วีดีโอลงมาใส่ใน Timeline



6.หากไฟล์วีดีโอใดเป็นนามสกุล .mpg บางครั้งในโปรแกรมจะตัดเป็นไฟล์ย่อยๆ ให้คลิกเลือกไฟล์ตามชื่อไฟล์และลากลงมาเรียงกันด้านล่างตามลำดับ



7.ระหว่างไฟล์แต่ละไฟล์จะมีส่วนที่ต่อกันแยกเป็นไฟล์ๆ



8.หากเรามองในมุมมองแบบ Storyboard เราจะเห็นไฟล์แต่ละไฟล์แยกกันอยู่ และระหว่างไฟล์แต่ละไฟล์เราสามารถที่จะใส่ Transition หรือรูปแบบการเปลี่ยนภาพได้ด้วย



9.การใส่ Transition ก็คลิกที่ View video transitions เลือก Transition และลากไปใส่



10.กลับมาที่มุมมองแบบ Timeline เราจะทำการตัดบางส่วนของวีดีโอที่เราไม่ต้องการออก เราจะต้องเพิ่มมุมมองให้มากขึ้นเพื่อให้สะดวกในการตัดบางส่วนของวีดีโอ ให้คลิกที่แว่นขยายที่มีเครื่องหมาย + เราจะได้มุมมองที่กว้างขึ้นใน Timeline



11.ขั้นตอนการตัดคือ เมื่อวีดีโอไปถึงช่วงที่เราต้องการตัด หยุดวีดีโอไว้ ให้เส้นบอกเวลา(ขีดสีฟ้าๆ)หยุดตรงจุดเริ่มที่เราต้องการตัดออก(สามารถเลื่อนได้โดยการคลิกเม้าส์หรือคลิกลากไป) เมื่อเส้นบอกเวลาอยู่ในจุดที่เราต้องการแล้ว ให้กดปุ่ม Ctrl และตัว L เพื่อตัดวีดีโอช่วงนั้น



12.เมื่อกดปุ่ม Ctrl และตัว L แล้ว วีดีโอจะถูกแบ่งออก จากนั้นเลื่อนเส้นบอกเวลาไปที่จุดสิ้นสุดที่เราต้องการตัด และกดปุ่ม Ctrl และตัว L



13.จะได้ช่วงวีดีโอที่เราต้องการตัดออก เอาเม้าส์คลิกที่ช่วงนั้นและกดปุ่ม Delete



14.วีดีโอส่วนนั้นก็จะถูกตัดออกไป จากนั้นก็ทำเช่นเดียวกันนี้กับส่วนอื่นๆ ที่เราต้องการตัด



15.หากเรากลับมาดูในมุมมอง Storyboard วีดีโอที่ถูกแบ่งแยกออกจากกัน สามารถที่จะแทรก Transition ลงไประหว่างวีดีโอได้ ในกรณีที่ไม่ได้ต้องการตัดวีดีโอออก แต่ต้องการแทรก Transition หรือ video effect เฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง สามารถใช้เทคนิคการตัดวีดีโอออกจากกันเพื่อใส่ Transition หรือ video effect ในช่วงที่เราต้องการได้



16.การใส่ข้อความ เราสามารถที่จะใส่ข้อความลงบนวีดีโอได้ด้วย การใส่ก็เช่นเดียวกับใส่ข้อความธรรมดาที่ได้พูดไปแล้วตอนที่แล้ว ให้คลิกที่วีดีโอช่วงที่จะใส่ แล้วคลิก Make Title or cradits เลือกแบบที่ต้องการ
         title at the beginning ใส่ตอนเริ่มวีดีโอ
         title before the selected clip ใส่ก่อนหน้ารูปที่เลือก
         title on the selected clip ใส่บนรูปที่เลือก
         title after the selected clip ใส่หลังรูปที่เลือก
         cradits at the end ใส่ Cradit ตอนจบวีดีโอ



17.พิมพ์ข้อความ เลือก Animation โดยคลิกที่ Change the title animation เปลี่ยนสีข้อความแบบอักษรโดยคลิกที่ Change the text font and color ข้อความที่แทรกมาจะอยู่บนแถบ Title Overlay บน Timeline เราสามารถที่จะเลื่อนข้อความไปในตำแหน่งที่ต้องการ สามารถลดหรือขยายเวลาในการแสดงข้อความได้ โดยการนำเม้าส์ไปคลิกที่แถบข้อความนั้น ลากออกหรือเข้าเพื่อลดหรือขยายเวลาบนแถบตัวอักษร



18.เราสามารถที่จะแทรกข้อความได้ทุกช่วงของวีดีโอ และสามารถเลื่อนข้อความต่างๆ ไปในตำแหน่งที่เราต้องการได้



19.นอกจากนี้ตอนเริ่มและสิ้นสุดของวีดีโอ เราสามารถที่จะเลือก Fade In หรือ Fade Out เพื่อให้วีดีโอค่อยๆ Fade มา หรือ ค่อยๆ Fade หายไป นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใส่ video effect ในแต่ละช่วงของวีดีโอได้



20.จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการทำวีดีโอแล้วบันทึกงานตามปกติ ไฟล์ที่ได้จะเป็นนามสกุล .MSWMM และการแปลงไฟล์เป็นไฟล์วีดีโอ ให้คลิกที่ Save to my computer



21.ตั้งชื่อและเลือกที่เก็บวีดีโอ จากนั้นคลิก Next (เอาภาพตอนที่แล้วมาเพื่อให้เห็นภาพ)



22.เลือกคุณภาพของวีดีโอ หากต้องการตัวเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมคลิกที่ Shoe more choices



23.จะมีตัวเลือกให้เลือกเพิ่มเติม ซึ่งจะเลือกเป็นแบบกำหนดขนาดที่แน่นอนก็ได้โดยเลือกแบบ fit size หรือตัวเลือกอื่นๆ เสร็จแล้้วคลิก Next



24.จะทำการ Save รอสักครู่



25.เสร้จแล้วคลิกที่ Finish เป็นอันเสร็จ หากไม่ต้องการให้เล่นวีดีโอ ให้เอาเครื่องหมายถูกที่ Play movie when I click Finish. ออก ไฟล์วีดีโอที่ได้จะเป็นนามสกุล .wmv




ที่มา : http://bombik.com/node/247/ตัดต่อวิดีโอง่ายๆ-ด้วย-windows-movie-maker